Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
-
Recent Posts
Archives
Categories
Meta
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
14Faults [ here's hoping ] says:
พี่เข้มมีเวลามั้ยอ่ะครับ คือจะขอสัมภาษณ์หน่อยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
แต่พี่ ไม่ได้ ทำงาน สถาปนิกนะพี่ทำ Grapic Design
14Faults [ here's hoping ] says:
ได้พี่ๆ
๑๐ hrs . love is you . says:
55 ok มาๆ
14Faults [ here's hoping ] says:
รบกวนเวลาหน่อยนะครับพี่เข้ม
งั้นคำถามเเรกเลยนะครับพี่เข้ม
๑๐ hrs . love is you . says:
อ่าฮะ
14Faults [ here's hoping ] says:
ประวัติในการเรียน ปีอะไร ชื่อ นามสกุล ชื่อคณะ
๑๐ hrs . love is you . says:
ปี 6 ชื่อ ฤกษ์ระพี โสภณ ชื่อคณะ หลวงพ่อ
14Faults [ here's hoping ] says:
ทำไมพี่ถึงเลือกที่จะเรียน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่นี่ครับ เพราะอะไร
๑๐ hrs . love is you . says:
สมัยม.ปลายเรียนสายวิทย์
แล้วมองคณะอื่นรอบๆตัวแล้ว มันไม่น่าสนใจ
ชอบพวกศิลปะ พวกใช้ความคิดสร้างสรรค์ มากกว่า
ก็เลยคิดว่า น่าจะเลือกเรียน อะไรที่ได้ใช้ทั้งวิทยาศาสตร์แล้วก็ศิลปะ
ก็เลยสนใจคณะนี้
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
เเล้วระหว่างเรียนที่คณะนี้ 5 ปีที่ผ่านมา พี่เข้มรู้สึกยังไงบ้างครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
เจ๋งมาก
14Faults [ here's hoping ] says:
55
๑๐ hrs . love is you . says:
5 5
14Faults [ here's hoping ] says:
คำเดียวเลยใช่ยพี่ สั้นๆ ได้ใจความ
๑๐ hrs . love is you . says:
ได้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นกว่า มัธยมมาก
สามารถดูแลตัวเองได้ มีความรับผิดชอบมากขึ้น
แล้วก็จัดระบบวิธีการคิดตัวเองใหม่เกือบหมดเลย
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
เหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลย ประมาณนั้น
+ + เพราะตอนม ปลาย นี่เหี้ยมาก
14Faults [ here's hoping ] says:
555
๑๐ hrs . love is you . says:
ไม่ทำการบ้าน ไม่อ่านหนังสือ
มาเรียนสาย
สอบตก
= = โห เยอะ
มาอยู่นี่ ตรงกันข้ามหมดเลย
14Faults [ here's hoping ] says:
55 ก็จริงนะครับพี่
งั้นคำถามต่อไปนครับ
ช่วงเวลาที่เรียน พี่เข้มได้มีเวลากลับมาร่วมงานร่วมกิจกรรมของคณะมากน้อยขนาดไหนครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
เยอะมากกกกกกกกกกกกก
14Faults [ here's hoping ] says:
ประธานติว 1 ละพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
ทำชุมนุม ดนตรีอีก
แล้วก็พวกกิจกรรมของคณะที่ทำร่วมกับ สมาคมสถาปนิก อะไรพวกนี้
ทำมีตติ้ง อีก
งาน บี เดย์อีก
ปี 1 ปี 2 นี่ยังไม่ค่อยเท่าไหร่
แต่ หลัง ปี 3 มานี่ เยอะ
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
เเล้วพี่เข้มรู้สึกยังไง ที่ได้ทำกิจกรรมพวกนั้นครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
สนุก แต่ก็เหนื่อยนะ
แต่มันเจ๋งตรงที่ได้รู้จักกับเพื่อน ภาคอื่น ที่มีความชอบ คล้ายๆ กันเนี้ย
มันคุยกันสนุก พอๆกับเพื่อนในภาคเลย
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ เช่นชมรมดนตรีเป็นต้น
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่
ประเด็นหลักเลย
ถ้าไม่ได้ทำงานคณะ ก็คงไม่มี ชุมนุมดนตรีด้วย
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
เเล้วพี่เข้มคิดว่า สภาพแวดล้อมโดยรวมของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ลาดกระบัง ของเราทั้งบรรยากาศ เพื่อนๆ การเรียน เป็นยังไงบ้างครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการทำกิจกรรมในคณะสุดแล้ว
แม่งไม่มี สิ่งยั่วยุ
ไม่มี สยาม ไม่มี มาบุญครอง
ใช้เวลากับการเรียน ได้ แม่ง 24 ชม.
14Faults [ here's hoping ] says:
55
๑๐ hrs . love is you . says:
กินข้าวอาบน้ำเสร็จ เช้า สตู
14Faults [ here's hoping ] says:
อืม จริงมากๆเลยพี่
เเล้วเพื่อนๆเป็นไงบ้างครับ คณะนี้
๑๐ hrs . love is you . says:
สนิทกันมาก
ไม่ได้แค่สนิทกันเป็นกลุ่มนะ
สนิทกันเกือยหมดเลย
รู้สึกว่ารักเพื่อนที่คณะ มากกว่า เพื่อนที่เรียน มัธยมกันมา
ช่วยเหลืออะไรกันได้เยอะ
14Faults [ here's hoping ] says:
อืม มันคงเป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาด้วยใช่มั้ยครับ ทั้งพี่ ทั้งน้อง
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่
เช้ากลางวันเย็น มีกันอยู่แค่นั้นน
14Faults [ here's hoping ] says:
อื้มครับ
เเล้วพี่เข้มว่า คณะสถาปัตยฯ ลาดกระบังมีอะไรที่ควรปรับปรุงหรือเพิ่มเติมบ้างในการเรียนครับ มีข้อแนะนำอะไรบ้าง
๑๐ hrs . love is you . says:
ที่เป็นอยู่มันก็เยี่ยมมากแล้วแหละ
นึกไม่ออกว่า ดี กว่านี้มันจะเป็นยังไง
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
เเล้วตอนนี้ พี่เข้มเรียนจบเเล้ว ได้ไปทำงานที่ไหน บริษัทอะไร ตำเเหน่งอะไรครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
ทำ อยู่ บริษัท เบ็น ภาษา และ ศิลปะ
ตำแหน่ง บรรณาธิการฝ่ายศิลป์
14Faults [ here's hoping ] says:
รบกวนพี่เข้มช่วยอธิบายขั้นตอนการทำงานของตัวเอง เเบบคร่าวๆได้มั้ยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็ ดูแลเรื่องการออกแบบ Grapic ต่างๆในหนังสือทุกเล่มของบริษัท
ทั้งพวกการจัดหน้า การวางรูปแบบเล่ม รวมถึง รูปประกอบหนังสือ
ก็คล้ายกับตอนตรวจแบบอะแหละ ทำคอนเซป ของเล่ม
แล้วก็เข้าประชุม
แล้วก็เอามาทำ ตัวอย่างการจัดหน้า รวมทั้งพวก Character Design
แล้วก็ ตบ Theme ของทั้งหมดให้ลงตัว
แล้วก็ทำตัว ต้นแบบ
ตรวจ Proved
แล้วก็ทำต้นฉบับบ ตัว Final
แล้วก็ส่ง โรงพิมพ์
14Faults [ here's hoping ] says:
ฟังดูเเล้ว เป็นงานที่น่าสนุกเหมือนกันนะครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็ดีนะ
งานมันจบเร็ว ไม่ค่อยเบื่อ
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
พี่เข้มเเนะนำหนังสือของบริษัท ซัก เล่ม-2เล่ม ได้มั้ยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ส่วนใหญ่ เป็นหนังสือ เด็กนะที่ทำมา
หนังสือ กิจกรรมภาษาอังกฤษ อะไรพวกนี้
ตัวล่าสุดที่เข้าโรงพิมพ์ชื่อ Fun and Easy Reading
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
เเล้วประสบการณ์ในการทำงานกับการเรียนต่างกันมากน้อยขนาดไหนครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช้ประสบการณ์ตอนเรียนเยอะพอสมควร เรื่องการพรีเซ้น งาน เรื่องวิธี การคิด ขั้นตอนการออกแบบ
แต่ความรู้ที่เป็นเรื่องเฉพาะทาง ไม่ค่อยได้ใช้เลย
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
๑๐ hrs . love is you . says:
ได้เรื่องความกล้า มาเยอะ
จากตอนเรียน
14Faults [ here's hoping ] says:
เเล้วพี่เข้ม เคยกะจะกลับไปทำงานสายสถาปนิกที่เรียนมารึเปล่าครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็ตั้งใจว่าอย่างน้อย ก็ จะออกแบบบ้าน ของตัวเองสัก 1 หลัง
จริงๆตอนนี้ก็มี job พวกออกแบบร้านอาหารเข้ามาเหมือนกัน
แต่เพิ่งคุยกันไปครั้งเดียว
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
บ้านตัวเอง 1 หลัง นี่ เรือนหอกะน้องคนนั้นใช่มั้ยพี่ 55
๑๐ hrs . love is you . says:
- – ให้พ่อแม่อยู่ครับบบ
แหมๆ
14Faults [ here's hoping ] says:
55 ผมล้อเล่นพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
แล้วก็มีที่ยังรับทำอยู่ก็พวก 3D PResentation
14Faults [ here's hoping ] says:
อันนี้คือได้ใช้สกิลที่รับจากคณะนี้เต็มๆเลย
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่ๆ
14Faults [ here's hoping ] says:
พี่เข้มครับ งั้นผมขอวกเข้าคำถามเกี่ยวกับเรื่องความเห็นในวงการสถาปนิกได้มั้ยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
อ่าฮะ
14Faults [ here's hoping ] says:
มีหลายคนบอกมาว่าบริษัทสถาปนิกในประเทศไทย จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป พี่เข้มมีมีความคิดเห็นยังไงครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
แตกต่างแน่นอน
บางบริษัท ถนัดงานบ้าน
บางบริษัท ถนัดประกวดแบบ
บางบริษัท ทำ ผังแม่บท
มันดีของมันอยู่ในตัวแล้ว
เพราะถ้า 1 บริษัทถนัดแม่งหมด ก็เจ๊ง กันหมดอะครับ
14Faults [ here's hoping ] says:
555
๑๐ hrs . love is you . says:
เพราะแต่ละบริษัท มันจะประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
14Faults [ here's hoping ] says:
จริงครับพี่
เเล้วพี่เข้มคิดว่าลักษณะ หรือทักษะอะไรบ้างครับ ที่จำเป็นสำหรับคนที่จะเป็นสถาปนิก
๑๐ hrs . love is you . says:
ความรับผิดชอบ เรื่องหลักเลย
ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ไม่มีความรับผิดชอบ นี่ จบ หมด
14Faults [ here's hoping ] says:
ครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
แต่บางคนแม่ง รับผิดชอบดีมาก แต่ทำงานไม่เป็น นี่ก็ไม่ไหว
+ + งานก็เจ๊ง เหมือนกัน
14Faults [ here's hoping ] says:
จริงครับ
เเล้วสำหรับปัญหาของสถาปนิกไทยในปัจจุบัน พี่เข้มคิดว่าคืออะไรครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
น่าจะเป็นเรื่องของ คุณค่า ของสถาปนิก ที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นมากกว่า
มันเลยทำให้อาชีพเรามันไปได้ไม่ไกล
ต่อให้ฝีมือ โคตรดีเลย แต่ คนที่จะสร้างบ้าน เค้ามองไม่เห็นคุณค่าของคำว่าสถาปนิก นี่ ยาก
หลายๆ คน ที่จะสร้างบ้านใหม่ ไม่รู้ว่า จะไปจ้างใคร
ก็ไปปรึกษา บริษัทรับเหมา
สุดท้ายก็ลงเอยที่แบบสำเร็จรูป
มันเห็นได้ชัดๆตรงที่ หมู่บ้านจัดสรร มันขึ้นเยอะมาก
จนที่ในเมืองนี่แทบไม่เหลือให้บ้านที่ได้รับการออกแบบที่เหมาะสมนี่ได้สร้าง
ทั้งที่ ถ้าเทียบราคาแล้วก็ไม่ได้ต่างกันบาก กับบ้านจัดสรร
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ยาว – -
14Faults [ here's hoping ] says:
555
ไม่เป็นไรพี่ เเสดงความเห็นได้เต็มที่ ตามสไตล์พี่เข้มเลย
๑๐ hrs . love is you . says:
จบละ
จริงๆก็คือเรื่องของโอกาส นะแหละ
ที่มันแคบลง
14Faults [ here's hoping ] says:
ครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
เพราะสถาปนิกตอนนี้มันเยอะมาก
สภาสถาปนิก ก็ไม่รู้ ว่า ทำอะไรได้บ้าง = =’
เอาตังค์ไปตั้ง 3500 ละ
14Faults [ here's hoping ] says:
55
งั้นผมเข้าคำถามต่อไปนะครับพี่เข้ม
๑๐ hrs . love is you . says:
อ่าฮะ
14Faults [ here's hoping ] says:
พี่เข้มว่าสถาปนิกไทยสามารถสู้กับสถาปนิกต่างประเทศได้มั้ยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
สบาย
ถ้าสถาปนิกไทย พูด ภาษาอังกฤษ ได้ดีนะ
5 5
14Faults [ here's hoping ] says:
55
๑๐ hrs . love is you . says:
ความคิดไม่ได้แพ้ฝรั่งหรอก
ฝีมือ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดสู้ได้แน่นอน
แต่อาจจะติดตรงที่ คนไทยมีกรอบความคิดมากกว่าฝรั่ง
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
๑๐ hrs . love is you . says:
ยิ่งทำงานในประเทศนะ
14Faults [ here's hoping ] says:
มันอาจติดตรงที่ประเพณี ความเชื่อ หรือ กำลังเงินด้วยรึเปล่าครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
กำลังเงิน นี่ เป็นหลักเลย
เราเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสทำงาน ที่มัน ล้ำๆ แบบในหนังสือ
เพราะมันเปลืองเงิน
พอโครงการใหญ่ๆ มีเงินปุ๊บ ดันไปจ้างฝรั่ง ทำ
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
สรุปคือ เราพลาดตรงที่คนไทยบางส่วน ยังไม่เชื่อในในฝีมือของสถาปนิกในประเทศเราเองด้วยใช่มั้ยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่
14Faults [ here's hoping ] says:
เเล้วพี่เข้มคิดว่ายุคเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ มีผลกระทบต่อสถาปนิกไทยมากหรือน้อยเพียงใดครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็ การตัดสินใจที่จะสร้างอะไรใหม่ก็คงน้อยลงส่วนนึง
แต่ที่สำคัญเลย คือตัวเราเองต้องทำอะไรให้ประหยัดขึ้น
ตั้งแต่เรื่องในออฟฟิศจนเรื่องของวัสดุก่อสร้าง
ต้องรอบคอบขึ้น
ใช้ยังไงให้คุ้ม ให้ประหยัด
ต้องเปลี่ยนนิสัย กับแนวความคิด ให้สนใจเรื่องการสิ้นเปลืองมากขึ้น
14Faults [ here's hoping ] says:
ครับ
งั้นเดี๋ยวกลับไปเรื่องการทำงานของพี่เข้มต่อละกันครับพี่
พี่เข้มมีปัญหาในการทำงานอะไรบ้างรึเปล่าครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีนะ happy ดี
ถ้ามีปัญหาก็คงเป็นตอนที่ คุยเรื่องคอนเซปงาน
บางทีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
ก็มีทะเลาะกันบ้าง
แต่ก็เคลียจบกันได้
คงเป็นเรื่องของความคิดมันไม่ตรงกัน
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
๑๐ hrs . love is you . says:
มันแก้ได้โดยมันต้องเปิดใจ ฟังคนอื่น แล้วมองข้อดี ของ แต่ละความเห็น
แล้วก็มาคิดว่าทำยังไงถึงจะเอาข้อดีพวกนี้มาใช้ในงาน
แล้วงานก็จะจบ แบบ แฮปปี้
14Faults [ here's hoping ] says:
ซึ่งเรื่องปัญหาเเบบนี้ คตาดว่าถ้ามาถึงปี 5 คงจะได้เจอกันเกือบทุกคนในช่วงพรีทีสิสใช่มั้ยครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่
แต่ตอนนั้น ทำ เบลอ ไม่สน = =’
14Faults [ here's hoping ] says:
55
เเล้วข้อสำคัญในการทำงานของพี่เข้มคืออะไรครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็ ทำเต็มความสามารถเรา นั่นแหละ
แต่บางที มันก็มีงานเร่ง ก็ต้องตัดใจเป็น
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อครับ
เเล้วพี่เข้มเคยคาดการณ์อนาคตข้างหน้ารึเปล่าครับ ว่าอยากจะทำอะไร จะเป็นยังไงต่อ
๑๐ hrs . love is you . says:
ก็คงทำอันนี้ไปสัก ปี แหละ
แล้วคงจะเรียนต่อ
หลังจากนั้นก็กลับมาทำงาน ตามความรู้ที่เรียนมาเพิ่ม
ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รูว่าเจะเรียนอะไร
พอ 30 ก็กะว่า จะมองลู่ทางทำอะไรที่เป็นของตัวเอง
14Faults [ here's hoping ] says:
อ่อ
๑๐ hrs . love is you . says:
แต่ก่อน 30 ขอทำเพลงก่อนสัก 2 อัลบั้ม นะ
14Faults [ here's hoping ] says:
55
ผมกะลังจะถามเรื่องดนตรีกับพี่เข้มพอดีเลย
๑๐ hrs . love is you . says:
เดี๋ยวแก่ แล้วจะไม่ได้ทำอะไรดิบๆ
14Faults [ here's hoping ] says:
ใช่พี่ เเก่มากๆจะเริ่มหมดไฟ
ยังไงๆยุคนี้ไม่ว่าสถาปนิก หรือ นักดนตรี มันก็ต้องดิ้นเองอยู่เเล้ว
๑๐ hrs . love is you . says:
ไฟมันคงหมดไม่เยอะหรอก แต่ความคิดมันจะเริ่มอยู่กับที่ละ
มาก ดิ้นเอง เจ๊งเอง
14Faults [ here's hoping ] says:
ครับ
ใกล้จบเเล้วครับพี่ๆ รบกวนเวลาอีกนิดนะครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ดนตรี คงเป็นงาน อดิเรก แหละ
อ่าฮะ
14Faults [ here's hoping ] says:
พี่เข้ม รบกวนช่วยฝากอะไรถึงน้องๆรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคณะของเราด้วย ได้มั้ยครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
5 ปีแม่งสั้นนะ แป๊ปๆก็ 5 ปีละ
กอบโกยความรูประสบการณ์ ตอนเรียนเยอะๆ
เรียนจบมาชีวิต จะได้มีทางเลือก
14Faults [ here's hoping ] says:
ฮะ
นั่นคือข้อดีของการเรียนสาขาเราใช่มั้ยครับพี่
๑๐ hrs . love is you . says:
ใช่
คณะเราแม่ง กว้าง ทำอะไรได้เยอะ
ยกเว้น ตรวจสอบบัญชี อย่างนึง ทำไม่ได้
14Faults [ here's hoping ] says:
5555
ครับ
ยังไงๆ ผมขอบคุณพี่เข้มมากเลยครับ
๑๐ hrs . love is you . says:
ครับผม
ผลงานที่ผ่านมา
คอมมิวนิสต์ (Communism)
คือ ระบอบแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการปกครองสังคมและการเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้ข้อกำหนดของความเป็นเจ้าของร่วมกัน และการมีรายได้ที่ขึ้นอยู่กับการผลิต การเคลื่อนไหวทางการเมืองในแง่นี้หมายถึงระบอบคอมมิวนิสต์มุ่งจุดประสงค์ให้สังคมไร้ชนชั้น ประชาชนทุกคนมีฐานะทางสังคมเท่าเทียมกัน ระบอบคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นระบอบมหาอำนาจของการเมืองโลกในช่วงต้นคริสตศ์ตวรรษที่ 20 ในขณะที่ในคอมมิวนิสต์สมัยใหม่มักจะยึดตามคำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์ ของคาร์ล มาร์กซและฟริดดิช เองเกิลส ที่ว่าด้วยการแทนที่ระบบวัตถุแบบทุนนิยมที่เน้นกำไรเป็นหลัก ด้วยระบอบสังคมคอมมิวนิสต์ที่ผลผลิตโดยรวมที่ได้มาจะกลายเป็นของส่วนรวม ลัทธิมาร์กซกล่าวไว้ว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ โดยการปฏิวัติรัฐประหารต่อบรรดานายทุนและชนชั้นสูง จากนั้นจึงเปลี่ยนถ่ายการปกครองไปสู่สถานะของการปกครองระบอบสังคมนิยม การกระทำดังกล่าวเรียกกว่าอำนาจเผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ (Dictatorship of the proletariat) ระบอบคอมมิวนิสต์ที่แท้จริงที่ไม่มีรัฐบาลบริหารยังไม่เคยเกิดขึ้น และยังเป็นไปได้ในแง่ทฤษฎีเท่านั้น เพราะความหมายที่แท้จริงของคำว่า "ระบอบคอมมิวนิสต์" ตามทฤษฎีของมาร์กซคือ รัฐที่ปกครองโดยตลอดกาล หรือ รัฐบาลแนวสังคมนิยม คำว่าคอมมิวนิสต์ในปัจจุบันเป็นได้ทั้งระบอบการปกครอง ระบบเศรษฐกิจ และทฤษฎีสังคมของลัทธิมาร์กซ รวมถึงเงื่อนไขของพรรคคอมมิวนิสต์ ยังมีกลุ่มชนอื่นที่มีแนวความคิดของมาร์กซ อาทิอนาธิปัตย์หลาย ๆ กลุ่มที่เรียกตนเองว่าเป็นคอมมิวนิสต์แต่มีวิธีการที่ต่างจากมาร์กซในความพยายามที่จะสร้างสังคมไร้ชนชั้น
แนวคิดคอมมิวนิสต์ในยุคเริ่มแรก
ค้อนเคียว สัญลักษณ์ของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ความคิดที่มีรากฐานไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์มีมานานมากแล้วในโลกตะวันตก นานกว่าที่มาร์กซ์และเอนเกิลส์จะเกิดเสียอีก ความคิดที่ว่านี่ย้อนไปได้ถึงยุคกรีกโบราณที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับตำนานเกี่ยวกับยุคทองของมนุษยชาติ ที่ ๆ สังคมอยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคีปรองดองกันเสียก่อน จึงร่วมกันสร้างความงอกงามทางวัตถุในภายหลัง แต่บางคนก็แย้งว่าตำราสาธารณรัฐ (The Republic) ของเพลโตและผลงานอื่นๆ ของนักทฤษฎีรัฐศาสตร์ในยุคโบราณ เพียงแค่สนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ในด้านการอยู่รวมกันในสังคมอย่างปรองดองเท่านั้น รวมถึงหลาย ๆ นิกายในคริสตจักรสมัยเก่า และเน้นเป็นพิเศษในโบสถ์สมัยเก่า ดังที่บันทึกไว้ในบัญญัติแห่งบรรดาอัครสาวก (Acts of the Apostles) อีกทั้งชนเผ่าพื้นเมืองแห่งทวีปอเมริกาก่อนยุคโคลัมบัสบุกเบิก ก็ยังปฏิบัติตามแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ว่าด้วยการอยู่ด้วยกันเป็นสังคมและครอบครองวัตถุร่วมกัน รวมถึงอีกหลายๆ ชนชาติที่พยายามที่จะก่อตั้งสังคมคอมมิวนิสต์ได้แก่ นิกายเอซเซนแห่งยิว (Essenes) และนิกายยูดาทะเลทราย
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 นักบุญโทมัส มอร์ นักเขียนชาวอังกฤษกล่าวในหนังสือยูโทเปีย (Utopia) ของเขาว่า สังคมทุกสังคมมีรากฐานอยู่ที่การครอบครองวัตถุชิ้นใดๆ ร่วมกัน โดยมีหัวหน้าอยู่หนึ่งคนหรือหนึ่งคณะที่มีหน้าที่นำมันไปใช้ตามหลักแห่งเหตุและผลที่เหมาะสม ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แนวคิดคอมมิวนิสต์ผุดขึ้นมาอีกครั้งในประเทศอังกฤษ เมื่อเอ็ดเวิร์ด เบิร์นสไตน์กล่าวในผลงานแห่งปี พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) ของเขา ครอมเวลล์และคอมมิวนิสต์ (Cromwell and Communism) อย่างเผ็ดร้อนว่ามีหลาย ๆ กลุ่มในสงครามกลางเมืองอังกฤษ โดยเฉพาะพวกนักขุดหรือผู้เผยเปลือกใน (Digger หรือ True Leveller) ที่แสดงการสนับสนุนแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน เน้นความสำคัญไปที่บรรดาชาวไร่ชาวนา ซึ่งทัศนคติของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ต่อคนกลุ่มนี้มักเป็นความรำคาญ หรือแม้กระทั่งแสดงความเป็นศัตรูต่อคนกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ความไม่เห็นด้วยต่อการครอบครองวัตถุแต่เพียงผู้เดียวยังคงถูกแย้งมาโดยตลอดในยุคแสงสว่าง (The Age of Enlightenment) แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผ่านนักวิชาการชื่อดังเช่น ชอง-ชาก รุสโซ รวมถึงนักเขียนสังคมนิยมยูโทเปีย เช่น โรเบิร์ต โอเวน ซึ่งบรรดาบุคคลเหล่านี้ก็ถูกขนานนามว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในบางครั้ง
คาร์ล มาร์กซ์เห็นว่าแนวคิดคอมมิวนิสต์ในช่วงเริ่มแรกนั้นคือสถานะดั้งเดิมของมนุษยชาติที่พัฒนาตนเองขึ้นมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ควบคู่ไปกับระบอบศักดินา ที่เป็นสถานะของระบบทุนนิยมในขณะนั้น เขาจึงเสนอก้าวต่อไปในวิวัฒนาการทางสังคมกลับไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ที่มีระดับสูงกว่าแนวคิดคอมมิวนิสต์เก่าๆ ที่มนุษยชาติเคยปฏิบัติกันมาในขณะเดียวกัน ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็เติบโตมาจากการเคลื่อนไหวของชนผู้ใช้แรงงานในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมพัฒนายิ่งขึ้น แต่นักวิชาการหัวคิดสังคมนิยมเห็นว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมทำให้กำลังแรงงานด้อยคุณภาพลง ในขณะที่คนงานที่ทำงานในโรงงานกลางเมืองก็ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายยิ่งขึ้น และช่องว่างที่แคบลงระหว่างคนรวยและคนยากไร้
ยุคปัจจุบัน
ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 แนวทฤษฎีของมาร์กซเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดพรรคสังคมนิยมทั่วยุโรป แม้ว่านโยบายของพวกเขาในเวลาต่อมาจะค่อนข้างคล้อยตามกับระบอบทุนนิยมที่กำลังปรับเปลี่ยนตัวเอง มากกว่าที่จะก่อการรัฐประหาร ยกเว้นพรรคแรงงานสังคมประชาธิปัตย์แห่งรัสเซีย (Russian Social Democratic Workers’ Party) โดยหนึ่งในกลุ่มในพรรค ที่เป็นที่รู้จักในนามของกลุ่มบอลเชวิค ซึ่งนำโดยวลาดิมีร์ เลนินที่ประสบความสำเร็จในการปกครองประเทศหลังจากการล้มล้างรัฐบาลรักษาการณ์ในการปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution of 1917) ใน พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) ในปีต่อมา พรรคดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจากนั้นมาทำให้เกิดข้อแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างระบอบคอมมิวนิสต์และระบอบสังคมนิยม
หลังจากประสบความสำเร็จในการปฏิวัติตุลาคม (October Revolution) ในรัสเซีย ทำให้พรรคสังคมนิยมในหลายๆ ประเทศเปลี่ยนตัวเองเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีความภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตที่แตกต่างกันไป เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง คณะบริหารที่เรียกตนเองว่าคอมมิวนิสต์ก็เข้ายึดอำนาจในยุโรปตะวันออก ในปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) พวกคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน นำโดยเหมาเจ๋อตุงก็ขึ้นสู่อำนาจและก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างนั้นบรรดาประเทศโลกที่สามต่างก็รับระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามาเป็นระบอบการปกครองได้แก่คิวบา เกาหลีเหนือ เวียดนาม ลาว แองโกลา และโมซัมบิก ในต้นทศวรรษที่ 1980 ประชากรหนึ่งในสามของโลกถูกปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
ความเชื่อแบบคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในสหรัฐอเมริกา จากประวัติศาสตร์การต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามเย็นของอเมริกา ต่อมาในต้นคริสตทศวรรษที่ 1970 นิยามใหม่ที่เรียกว่า "ยูโรคอมมิวนิสต์" (Eurocommunism) ก็ถูกใช้ระบุถึงนโยบายใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่ตั้งใจจะปฏิเสธการช่วยเหลือที่ไม่มากนักและไม่คงเส้นคงวาของสหภาพโซเวียต บางพรรคดังกล่าวถือว่าเป็นพรรคใหญ่และเป็นหัวคะแนนในการเลือกตั้งได้แก่ในฝรั่งเศสและอิตาลี แต่จากการล่มสลายของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกจากช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 จนไปถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียตใน พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) ทำให้อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ลดลงไปอย่างมากในยุโรป อย่างไรก็ตามประชากรหนึ่งในสามของโลกก็ยังคงตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์อยู่ดี
ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เป็นหลักในปัจจุบันได้แก่
รัฐคอมมิวนิสต์ในปัจจุบันสาธารณรัฐประชาชนจีน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนือ
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สาธารณรัฐคิวบา

—- คอมมิวนิสต์ของเเท้ ชอบสีเเดงๆดำๆ
จากข้างต้น คาดว่า เราก็คงจะได้รู้จักกับเเนวคิด เเละ หลักการของคอมมิวนิสต์กันไปบ้างเเล้ว ไม่มากก็น้อย ต่อไป เราจะได้ทำความรู้จักกับสถาปัตยกรรมสไตล์คอมมิวนิสต์ๆกัน
Communist Architecture ก็คือสถาปัตยกรรมในยุคสมัยของคอมมิวนิสต์นั่นล่ะครับ หากพูดงี้ สิ่งที่เรานึกถึงอันดับเเรกๆก็คงหนีไม่พ้นโซเวียต ชาติคอมมิวนิสต์ตัวพ่อใช่มั้ยล่ะครับ(คล้ายๆอาร์ทตัวเเม่ 555) เเต่จริงๆเเล้ว Communist Architecture นั้นเเพร่หลายไปตามประเทศต่างๆซึ่งรับอิทธิพลของเเนวความคิดนี้มานะครับ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาว่ากันต่อในบทต่อไป
Communist Architecture
เป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบโมเดิร์น ที่เกิดจากโซเวียต เริ่มในช่วงปี 1920 สถาปัตยกรรมรูปแบบนี้จะประกอบด้วยเทคโนโลยี และ งานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับสภาพสังคมคอมมิวนิสต์
สถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์แตกแขนง และ พัฒนามาจากรูปแบบ Constructivism ซึ่งได้รับอิทธิพลการเคลื่อนไหวของประเทศรัสเซียบ้านเกิด ซึ่งเป็นการดัดแปลงระบบมุมมองแบบ Cubist 3 มิติ สำหรับสิ่งที่ไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่เป็นรูปแบบแบบ Kinetic หลังจากที่รัสเซียมีการเจริญเติบโตมากขึ้น ก็ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของสังคม และทำให้เกิดความต้องการใหม่ๆในงานก่อสร้าง และ อุตสาหกรรม จึงได้มีการใช้สถาปนิกผู้มีความสามารถในการจัดการสเปซ และ จังหวะของตัวอาคาร ผสมผสานระหว่าง Pure Art และ Productivist เช่น Alexander Rodchenko , Varvara Stepanova และ Vladimir Tatlin ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบที่กล่าวมาข้างต้น
การพัฒนา
สถาปัตยกรรมโครงการแรกเริ่มในปี 1919 ใน St.Petersberg โดย วลาดิเมียร์ ทัทลิน ใช้วัสดุในการก่อสร้างคือ เหล็ก และ กระจก ในเวลาต่อมาโครงการที่ได้รับความสนใจคือ Lenin Tribune โดย El Lissitzky ในระหว่างช่วงสงครามรัสเซีย โดยตัวสถาปัตยกรรมต่างๆจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับอาคารยุคใหม่ของทางตะวันตก เช่น Sky Scrapers ของนิวยอร์ค และ ชิคาโก
หลังจากสงครามรัสเซียจบลง USSR ต้องการโครงการใหม่ๆในการก่อสร้างสถาปัตยกรรม จึงได้มีการก่อตั้งโรงเรียนที่สอนสถาปัตยกรรมศาสตร์ขึ้นได้แก่ Vkhutemes ในปี 1921 ซึ่งมีอาจารย์ผู้สอนคือ Nikolai Ladovsky หลักสูตรการเรียนการสอนเน้นที่ฟังก์ชั่น และ ความมหัศจรรย์ การสะท้อนถึงสภาพจิตใจ ออกมาผ่านฟอร์มอาคาร
ในปี 1923 – 1935 เกิด Sky Scrapers ที่ออกแบบโดย Lissitzky และ Mart Stam และ มีพาวิลเลียนออกแบบโดย Konstatin Melkinov ที่แสดงถึงความต้องการที่แน่ชัดของทีมออกแบบ Melkinov ยังเป็นผู้ออกแบบโซเวียตพาวิลเลียน ในงาน Paris Expo ในปี 1925 อีกด้วย ซึ่งมีรูปแบบใหม่ และออกแบบห้องภายในโดย Rodchenko
ต่อมาเทคโนโลยี และ แนวคิด ในการก่อสร้างเริ่มถูกแสดงออกในปี 1923 ชัดมากขึ้นโดยเน้นการใช้หลัก Functionalism เช่น โครงการบ้าน Ernst May และเริ่มใช้รูปแบบซ้ำๆกันในการออกแบบที่พักอาศัย โดยเน้นที่การใช้คอนกรีต และ กระจก ทั้งที่อยู่อาศัย ตึกทั่วไป โรงแรม และ อพาร์ทเมนต์
รูปแบบใหม่ของสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์นั้นเริ่มเปลี่ยวนแปลงกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำเมืองในทุกๆวันของชีวิตสังคมโซเวียต สถาปัตยกรรมที่เป็นที่กล่าวถึงคือ Alexey Shchusev Tower ในมอสโค
การออกแบบเมือง
ความต้องการในการนำรูปแบบคอมมิวนิสต์มาออกแบบผังเมือง เริ่มต้นในปี 1925 บ้านพักต่างๆถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับส่วนต่างๆของเมือง โดย สถาปนิก มีการออกแบบอาคารสาธารณะ สถานศึกษา ออกแบบโดยสมาชิกกลุ่ม ASNOVA
งานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ของคอมมิวนิสต์ออกแบบเพื่อหวังว่าจะแสดงออกถึงการพัฒนาในสังคมของตน จากนั้นก่อนเกิดทฤษฎีของ Mikhail Okhitovich ซึ่งกล่าวถึงระบบ 1 บุคคล หรือ 1 ครอบครัว คือการก่อสร้างอาคารเชื่อมต่อกันโดยมีเส้นทางการสัญจรเป็นเครือข่าย แบ่งพื้นที่ขนาดใหญ่ สำหรับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และ รูปแบบใหม่
แนวคิดของสถาปัตยกรรมแบบคอมมิวนิสต์ เปรียบดั่งการลงกวีคอนกรีตนิพนธ์ของโซเวียตให้แก่เมืองขึ้นของตน ให้อาคารเหล่านั้น แสดงออกถึงความแข็งขัน ดุดัน มีระเบียบ ความยิ่งใหญ่ ดังเช่นที่พบในสถานที่ราชการทั่วๆไป หรือรูปแบบอาคารที่พักอาศัยที่ลักษณะเหมือนกันหมด ใช้วัสดุง่ายๆ ออกแบบง่ายๆ เป็นModern Architecture เหมือนกับการรับไม้มาต่อจากเหล่า Constructivism ผสมการหยิบยืมจากอดีตนั่นเอง
สถานที่เเห่งนี้คือพิพิธภัณฑ์ ซึ่ง เน้นการใช้คอนกรีต เเละ กระจกขนาดใหญ่ ตามรูปเเบบของงานสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์ ช่วงปี1966-1973 tสถานที่เเห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่จากบ้านเก่าๆ เพื่อก่อสร้างใหม่ให้เป็นรูปเเบบคอมมิวนิสต์ในยุคที่กำลังรุ่งเรือง ให้กลายเป็นที่หลบภัยนิวเคลียร์ เเละจากกระเเสเรียกร้องในการเปลี่ยนเเปลงในช่วง1989 สถานที่เเห่งนี้จึงได้เปลี่ยนเป็นสถานีวิทยุสำหรับยุโรปซึ่งได้มาเช่า ทำสัญญาใช้สถานที่กับประธานาธิบดี Vaclav Havel ในราคาที่ถูกมากต่อเดือน จนสถานีวิทยุได้ย้ายที่ทำการใหม่ เเละ เอกสิทธิ์ของสถานที่ได้ถูกคืนกลับไปสู่ประเทศของตนจริงๆ สถานที่เเห่งนี้จึงได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น Musuem ในที่สุด
อันดับที่สอง ได้เเก่ Hotel Crown Plaza
สำหรับสถานที่เเห่งนี้ มักจะรู้จักกันในนาม Druzba, Hotel Cedok, International Hotel เเละ Holiday Inn ซึ่งจัดว่าเป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่มากในกรุงปราก ถูกก่อสร้างในปี1952 ถึง 1954อาคารเเห่งนี้เปรียบดั่งฝันที่เป็นจริงของ Stalin( ชื่อนักออกเเบบ )ซึ่งได้รับเเรงบันดาลใจมาจากกลุ่มตึกระฟ้า Seven Sisters ในเมืองมอสโค The Hotel Crowne Plaza มีความสูง 88 เมตร16 ชั้น มีที่พักเพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยว 600 คนขึ้นไป ภายในประกอบด้วยกำเเพงหลากสีสัน เเละ ประตูกระจกที่สวยงาม( เขาโฆษณาว่าอย่างนั้น ) ซึ่งโรงเเรมเเห่งนี้ได้เปลี่ยนเเปลงเเนวคิดของสีเเดงในสัญลักษณ์คอมมิวนิสต์ ให้กลายเป็นสีเขียวที่เป็นตัวเเทนของเงินตรา เเละ สังคมเมืองหลวง
อันดับที่สามมมมมม…..The Zizkov Television Tower
The Zizkov Television Tower เป็นอาคารที่สูงถึง 216 เมตร นับเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเมืองปราก( ว้าว ) ก่อสร้างขึ้นในปี1985 ถึง 1992 เริ่มต้นโดยคอมมิวนิสต์ซึ่งต้องการจะสร้างอาคารที่จะสามารถเปลี่ยนเเปลงทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าของเมืองปราก เเละ ทำลายภาพพจน์เก่าๆในบริเวณที่อาคารเเห่งนี้ตั้งไว้ ความพิเศษของอาคารนี้คือได้มีการประดับด้วยประติมากรรมรูปเด็กทารกสีเงิน ปีนป่ายอยู่บนพื้นผิวภายนอกของอาคาร( ซึ่งหน้าตาไม่ได้น่ารักเลย ได้เเต่ความเเปลก เเต่ด้วยความประหลาด น่าฉงน ปนสงสัย ว่าทำไมมันต้องเอาไอ้เด็กปลอมๆพวกนี้ไปเกาะบนตึกด้วย ก็ได้สร้างความเเปลกใหม่ เเละ ความประทับใจให้เเก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเราคงต้องยกย่องความสามารถของ David Cerny อาร์ทตัวพ่อผู้ออกเเบบความพิลึกเเบบนี้ให้ลงตัวได้เเบบนี้ รวมทั้งอาคารเเห่งนี้ยังนับว่าเป็นจุดชมวิว( เเน่นอนล่ะ สูงสุดในเมืองเเล้วนี่ ) เเละ เป็นภัตตาคารลอยฟ้าไปในตัวด้วยเช่นกัน
สถานที่สุดท้ายที่ผมจะขอยกตัวอย่าง ได้เเก่ The Panelaks
อาคารคอนกรีตเเห่งนี้อยู่เเถวชานเมืองปราก เป็นที่สำหรับอยู่อาศัยขนาดใหญ่สำหรับประชาชนที่มีคลาส( คนที่มีเงินนั่นเเหละครับ ) โดยได้รับเเรงบันดาลใจมาจาก Le Corbusier ซึ่งต้องการที่พักอาศัยที่เพียงพอสำหรับเมืองขนาดเล็ก เเต่สุดท้ายอาคารเเห่งนี้ก็ไม่ต่างไปจากรูปเเบบเดิมๆของสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์ ใช้คอนกรีตเหมือนเดิม สีเทาเหมือนเดิม ….
จากที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด เราก้จะได้พบว่า สถาปัตยกรรมในยุคสมัยคอมมิวนิสต์นั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากในการตกเเต่ง เเละ การก่อสร้าง เนื่องมาจากกระเเสในสังคมคอมมิวนิสต์ ที่ไร้การเเบ่งเเยก ต้องการความเเข็งขัน ป็นระเบียบเเบบเเผน จึงทำให้อารมณ์ของตัวงานเเสดงออกเช่นนี้ เเต่ถ้ามองจากมุมมองของตัวผมเอง ผมก็มองว่าเป็นสถาปัตยกรรมในอีกรูปเเบบหนึ่งที่มีความคลาสสิคนะครับ เเละถ้าเอาจริงๆผมกลับมองว่า รูปเเบบสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์นี้ ไม่ได้เเตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมที่เราพบเห็นทั่วไปเลย เเม้ประเทศเราจะเป็นประชาธิปไตยก็ตามที วัสดุก่อสร้างเป็นคอนกรีต ก็ใช้กันทั่วโลก สีหลักเป็นสีเทา ผมก็ว่ามันเป็นสีหลักๆของพวกตึกทั่วๆไปอยู่เเล้ว เเต่การได้ลองมาค้นหา ข้อมูลของ Communist Architecture ก็ทำให้ผมได้เห็น ได้รู้จักกับสถาปัตยกรรมในอีกรูปเเบบหนึ่ง ที่บางคน อาจมองสิ่งเหล่านี้เเค่ผ่านๆ เเต่ผมคิดว่า อาคารเเต่ละเเห่งนั้น หากเราตั้งใจมองพวกมันให้ดีๆ อาคารเหล่านี้ บ่งบอกยุคสมัย เเนวคิด เเละ ความต้องการของผู้ออกเเบบ สื่อออกมาเเม้มันอาจจะไม่โทนโท่ อาจจะเข้าใจยาก เเต่หากเราลองทำความเข้าใจกับมันดู เราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ผมคิดยังงั้นนะ